Tom Vasel และ The Dice Tower
Tom Vasel คือเจ้าของช่องรีวิวบอร์ดเกม Dice Tower ซึ่งเป็นช่องรีวิวบอร์ดเกมอันดับ 1 ของโลก เขาเล่นเกมไปมากกว่า 9,000 เกม มีคนให้เกมมามากมายพร้อมเหตุผลร้อยแปดที่อยากให้รีวิว แต่เขาก็ไม่สามารถรีวิวทุกเกมได้
เขาจึงต้องมีเกณฑ์ โดยสิ่งที่จะไม่รีวิวเลยคือเกมที่ยังเป็นต้นแบบ Prototype และเกม Print on Demand เพราะมันเป็นเกมที่อาจไม่มีการควบคุมใดๆ และมีเกมออกมาหลายพันเกมต่อปี แม้จะรีวิวมากกว่าคนอื่นมาก แต่ก็ยังไม่เคยครอบคลุมทั้งหมดได้
"แล้วใครล่ะ ไม่อินดี้?"
มีคนมากมายบ่นว่า "เกมฉันไม่ได้รับความสนใจเลย" หรือ "ออกมาแป๊บเดียวก็หายเข้ากลีบเมฆ" เขาก็เข้าใจว่านั่นไม่แฟร์ แต่ก็ถามกลับว่า "แล้วอะไรล่ะ ที่แฟร์?"
มันไม่มีอะไรแฟร์เท่าไหร่หรอก มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกมคุณฮิต และไม่มีสูตรสำเร็จ แม้แต่ค่ายที่ปล่อยเกมฮิตต่อเนื่องก็ยังมีบางเกมที่แป้กเลย
มีคนบอกเขาว่า "รีวิวเกมฉันหน่อย ฉันเป็นแค่คนทำเกมอินดี้" คำถามต่อมาคือ "แล้วใครล่ะ ไม่อินดี้?" บริษัทอย่าง Stonemaier Games ที่เป็นเจ้าของ Wingspan ก็เป็นบริษัทขนาดเล็กนะครับ
ปัจจัยที่ใช้เลือกรีวิวเกม
Tom พูดถึงปัจจัยที่ใช้เลือกว่าจะรีวิวเกมไหน มีหลายอย่างครับ แต่โดยหลักคือ
ปกกล่อง (Art Cover) — แม้มีคนบอกว่าอย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่ความจริงคือเราตัดสินแบบนั้น
Theme — ถ้า Theme น่าสนใจก็จะรีวิว
ชื่อนักออกแบบหรือค่าย — ถ้าสนใจก็รีวิว
ความฮิต ความ Hype — สิ่งที่คนพูดถึงกันอยู่
สิ่งที่อยากสื่อถึงนักออกแบบทุกคน
ทุกวันนี้ การออกแบบบอร์ดเกมมันเข้าถึงได้ง่ายกว่า 20-30 ปีก่อนมากแล้ว มันง่ายมากที่จะหาความรู้ หาคนทำงานภาพ มี Forum มี Community มากมายที่จะทำให้เกมของคุณดูน่าทึ่งได้
เขาพูดตรงๆ ว่า "ถ้าคุณเป็นนักออกแบบบอร์ดเกม ค่ายเกมอินดี้ หรือค่ายเกม ก็แค่ทำเกมที่ยอดเยี่ยม ไปสร้างเกมที่สุดยอด ถ้าคุณทำเกมได้ดี เราจะเล่น และเกมจะไปได้ไกล"
ในมุมของวงการบอร์ดเกมไทย
เปรียบเทียบในไทยเอง ผมคิดว่า Reviewer ในไทยเราก็มีมุมมองไม่ได้ต่างกันมากนัก ทุกคนยึดตามคุณภาพเชิงเกม กลไก Feeling งานภาพ เพียงแต่จะมีมุมมองการเปรียบเทียบเชิงอุปกรณ์ ราคา และรูปแบบการผลิตมาเป็นส่วนหนึ่งของการรีวิวด้วย
ในบริบทแบบในประเทศเราที่วงการกำลังพัฒนาอยู่ ผมคิดว่าเรายังต้องการ Designer หรือ Studio อีกมากเพื่อทำให้วงการเติบโตขึ้นไป และเพื่อการนั้น การมี Community ใดๆ หรืองานอีเวนท์ที่นักออกแบบได้มีพื้นที่แสดงผลงาน ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้มีกลุ่มคนสร้างสรรค์มากขึ้นครับ
ถ้ายังอยากไปต่อ ก็อาจต้องมีชุดความคิดที่เข้าใจความจริงเหล่านี้เหมือนกัน ส่วนทุกคนจะตัดสินใจนำชุดความคิดนั้นไปใช้ในทิศทางไหน ก็เป็นเรื่องที่ต้องตกผลึกกันต่อไปครับ