มีคนสนใจในเรื่องการผลิตบอร์ดเกมแบบ Mass Production จำนวนมาก และไม่น้อยที่มีไฟ มีความฝัน แต่พอรู้ราคาจริงแล้ว ไฟนั้นก็มอดลงทันที
ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดีมาก เพราะตัวเองก็เคยผ่านมันมาทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่อยากทำ The Coding จนถึงวันที่ตัดสินใจผลิตจริง
บทความนี้ไม่ใช่การบั่นทอนกำลังใจ แต่เป็นสิ่งที่ "ควรรู้ ควรคิดไว้" เพื่อให้ทุกคนนำไปวางแผนได้ครับ ทั้งหมดเป็นประสบการณ์จริง ไม่ใช่ทฤษฎี
ผมทำเกมมาหลายรูปแบบมากในเชิงการผลิต ทั้งแบบทำกับสำนักพิมพ์ที่เราออกแบบอย่างเดียว แบบ Self-Published จำนวนน้อย ทำในไทย และแบบ Mass Production ที่ใช้บริการโรงงานต่างประเทศ แต่ละแบบมีประสบการณ์และบทเรียนที่แตกต่างกันไปมากครับ
1. โมเดลราคา
โดยทั่วไปแล้ว โมเดลการตั้งราคาขายของบอร์ดเกมจะอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าขึ้นไปของต้นทุนครับ หมายความว่า ถ้าต้นทุนทั้งหมด (ค่าผลิต + ค่าพัฒนา + ค่าใช้จ่ายต่างๆ) อยู่ที่ 100 บาทต่อกล่อง ราคาขายที่ควรตั้งก็คือ 299 บาทขึ้นไป
ทำไมถึงต้องสาม เท่า? เพราะเราต้องเผื่อส่วนลดให้ร้านค้า ค่าโปรโมชั่นตอนเปิด Pre-Order ค่าส่งเกม Reviewer และค่าออกงานอีเวนท์ต่างๆ ซึ่งถ้าไม่ได้วางโมเดลไว้ตั้งแต่ต้น เราจะพบว่าเงินที่ขายได้ไม่พอคืนทุนแม้จะขายหมด
การทราบโมเดลราคาตั้งแต่ต้นจะทำให้เราประเมินได้ว่าต้องขายเท่าไหร่ถึงจะคืนทุน และจะวางกลยุทธ์การขายอย่างไรต่อไป
2. ช่องทางการสื่อสาร
ก่อนที่เกมจะออก เราต้องมีที่ให้คนติดตามความเป็นไปของมันครับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, YouTube หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ แล้วแต่ว่าเราถนัดอะไรและกลุ่มลูกค้าเราอยู่ที่ไหน
ผมเจอน้องๆ หลายคนที่อยากทำเกมขาย แต่ยังไม่มีช่องทางให้คนติดตามเลย สิ่งที่ง่ายที่สุดที่ทำได้ตอนนี้คือ เปิดเพจหรือแอ็กเคาน์ไว้ก่อน แล้วค่อยอัพเดทงานไปเรื่อยๆ ครับ
ลองนึกดูว่า ถ้าเราเปิดเพจขายของไปดู แล้วพบว่าไม่มีการอัพเดทมาเป็นปี ความอยากซื้อของเราจะเป็นยังไง? ลูกค้าก็คิดแบบเดียวกันกับเราครับ
3. โมเดลการขาย
มีหลายช่องทางในการขาย ทั้ง Online ผ่านเพจตัวเอง และการส่งเกมเข้าร้านค้า ซึ่งต่างกันมากครับ
การขายเข้าร้านค้า
ต้องไปคุยเป็นรายร้านครับ ตอนทำเกมแรก ผมทักไปคุยกว่า 20 ร้าน อธิบายรูปแบบเกม ความน่าสนใจ และโมเดลราคา โดยปกติร้านจะรับที่ส่วนลดขั้นต่ำ 30% ขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าจุดคืนทุนของเราจะเพิ่มขึ้นด้วย
โมเดลที่มักใช้กันมี 2 แบบ คือแบบซื้อขาดจบปิ๊ง กับแบบฝากขายหรือ Consignment ซึ่งร้านไม่เสี่ยง แต่เราต้องบริหาร Cashflow เอง
4. โมเดลการประชาสัมพันธ์
เกมดีแต่ไม่มีคนรู้จัก ก็แทบไม่มีความหมายครับ การ PR คือสิ่งที่ต้องทุ่มทั้งแรงกาย ใจ และบางครั้งทุน ช่องทางที่นักออกแบบอิสระพอทำได้มีหลายแบบ
จากช่องของตัวเอง — อัพเดทงานสม่ำเสมอ ให้ลูกค้าเห็นว่าเรายังทำงานอยู่ ยังมีชีวิต
จาก Reviewer — มีหลายท่านในวงการที่ใจดีและพูดคุยง่าย บางคนมี Rate Card บางคนส่งเกมให้เล่นได้เลย ควรเลือก Reviewer ที่เหมาะกับสไตล์เกมของเราด้วย
จากงานบอร์ดเกม — อีเวนท์บอร์ดเกมคือช่องทางเดียวที่เปิดโอกาสให้คนสัมผัสเกมของเราจริงๆ และที่สำคัญกว่านั้น มันคือโอกาสที่เราได้เห็นคนเล่นเกมที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตาตัวเอง
ภาพความทรงจำนั้นจะเป็นกำลังใจในวันที่เราท้อ หรือรู้สึกหมดสนุกกับเส้นทางนี้ครับ มันมีคุณค่ามากกว่าที่คิด
ทั้ง 4 หัวข้อที่พูดมา ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการออกแบบบอร์ดเกมเลย นั่นคือประเด็นครับ
ผมไม่ได้ชอบพาร์ทนี้เท่าพาร์ทออกแบบ แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ผมได้ทำพาร์ทออกแบบต่อไป ผมก็จะพยายามเท่าที่ทำได้ครับ ทุกวันนี้ก็ใช้ใจนำทางมากกว่าครึ่งอยู่เหมือนกัน
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่เดินบนความฝันเดียวกันครับ